บทที่ 17 รอยยิ้มแรก
ปึ้ก!
ขวานเหล็กถูกฟาดลงบนท่อนไม้ แรงกระแทกสะท้อนกลับมาจนแขนบางชาหนึบ แผลพุพองที่ง่ามนิ้วปริแตกออกอีกครั้ง เลือดสีสดซึมทะลักออกมาผสมกับหยาดเหงื่อ ไหลหยดลงบนด้ามขวานจนลื่นมือ
มิราหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาพร่ามัวจากพิษไข้ ร่างกายโงนเงนแทบจะล้มพับ แต่เธอยังพยายามเรียกสติ ฝืนยกขวานขึ้นฟาดลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"แหม... ทำเป็นมือไม้สั่น หน้าซีดหน้าเซียว! มารยาสำออยเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ!" ซาลมาเบะปาก เหยียดยิ้มหยัน "คิดว่าทำตัวน่าเวทนาแล้วจะมีใครมาช่วยหรือไง? ที่นี่มีแต่คนรังเกียจแกกันทั้งนั้นแหละ นังทาสชั้นต่ำ รีบๆ ผ่าให้เสร็จ แล้วไปแบกกระสอบข้าวสารห้าสิบกิโลตรงมุมโน้นไปเก็บในห้องเสบียงด้วย!"
หลังจากผ่าท่อนไม้ท่อนสุดท้ายจนเสร็จ มิราในสภาพที่แทบไม่เหลือวิญญาณก็ถูกต้อนให้ไปที่กองเสบียง
หญิงสาวย่อตัวลง พยายามใช้สองแขนที่สั่นระริกโอบประคองกระสอบข้าวสารกระสอบใหญ่ขึ้นบ่า น้ำหนักมหาศาลกดทับร่างที่บอบช้ำจนกระดูกแทบลั่น
มิรากัดฟัน ก้าวเดินด้วยขาทั้งสองข้างที่หนักอึ้ง แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ภาพตรงหน้าก็หมุนคว้าง สติหลุดลอย ขาอ่อนแรงทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมกับกระสอบข้าวสารหนักอึ้ง
"ระวัง!!"
พรึ่บ!
วงแขนแกร่งของใครบางคนพุ่งทะยานเข้ามารับร่างของเธอเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด พร้อมกับมืออีกข้างที่ดันกระสอบข้าวสารหนักอึ้งให้พ้นทางจนร่วงหล่นกระแทกพื้น
ตึง!
มิราหอบหายใจรวยริน ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่กำลังก้มลงมองเธอด้วยแววตาตื่นตระหนก
'ชีคฮาซิม'
"มิรา! เธอเป็นอะไรหรือเปล่า!" ฮาซิมร้องถามเสียงหลง เขารีบประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน
"ทะ... ท่านฮาซิม..." ซาลมาหน้าถอดสี รีบลดมือที่เท้าสะเอวลงแล้วถลันเข้ามาก้มหัว "พะ... พระองค์เสด็จมาที่นี่ทำไมเพคะ"
"ใครสั่งให้ใช้งานนางหนักขนาดนี้!"
ฮาซิมตวาดลั่นจนแม่ครัวและนางกำนัลรอบข้างสะดุ้งเฮือก เขาก้มลงมองสภาพของหญิงสาวในอ้อมแขน เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าซีดเซียว
และเมื่อสายตาของเขาเลื่อนไปเห็นสองมือเล็กๆ ที่บอบช้ำอย่างหนัก เต็มไปด้วยรอยพุพองจากการถูกลวก ผสมกับแผลแตกสดๆ จากการผ่าฟืนจนเลือดอาบชุ่ม ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึกลงทันท"นี่พวกเจ้าทำบ้าอะไรลงไป! นางกำลังป่วยหนัก แถมมือยังบาดเจ็บขนาดนี้ ยังกล้าสั่งให้นางแบกของหนักอีกงั้นรึ!" ฮาซิมหันไปตวาดใส่ซาลมาจนตัวสั่นดิ๊กๆ
"มะ... หม่อมฉันเปล่านะเพคะ! หม่อมฉันแค่ทำตาม... ทำตามรับสั่งของท่านอาดิล..." ซาลมาแก้ตัวตะกุกตะกัก
"ไม่ต้องแก้ตัวให้มากความ! ไปเอากล่องยามาซะ! เร็วเข้า!"
ฮาซิมไม่สนใจคำแก้ตัว เขาช้อนร่างที่โอนเอนของมิราพาไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ริมหน้าต่างที่อากาศถ่ายเทได้ดีกว่า ไม่นานนัก นางกำนัลก็วิ่งกระหืดกระหอบนำกล่องยามาถวาย
"เอามาให้ฉัน..." ฮาซิมดึงกล่องยามาจากมือนางกำนัล
เขาทรุดตัวลงคุกเข่าเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าเชลยสาวโดยไม่สนยศศักดิ์ มือหนาประคองมือเล็กที่สั่นเทาและเต็มไปด้วยเลือดของมิราขึ้นมาอย่างระมัดระวังที่สุด ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลาย
"เจ็บหน่อยนะ มิรา..." น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
ฮาซิมใช้สำลีชุบน้ำเกลือ ค่อยๆ ซับลงบนบาดแผลที่ง่ามนิ้วและฝ่ามือของเธออย่างเบามือที่สุด ดวงตาคมคายฉายแววเจ็บปวดแทนเมื่อเห็นเธอนิ่วหน้าและพยายามจะชักมือหนีด้วยความเจ็บแสบ
"ฉันทำเองได้ค่ะ... ท่านฮาซิม..." มิราพึมพำเสียงแหบพร่า พยายามจะดึงมือกลับ "อย่าเอามือของท่านมาเปื้อนเลือดของฉันเลย..."
"อยู่นิ่งๆ ก่อนเถอะมิรา"
ฮาซิมช้อนสายตาขึ้นสบตากับเธอ จับมือเธอไว้แน่นขึ้นอีกนิดแต่ไม่ทำให้เจ็บ ก่อนจะบรรจงทายาสมานแผลลงบนรอยพุพองอย่างแผ่วเบา
ความเจ็บแสบจากบาดแผลทุเลาลงพร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ หญิงสาวช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าคมคายของฮาซิมที่กำลังตั้งใจทายาให้เธออย่างไม่รังเกียจ ริมฝีปากที่แห้งซีดค่อยๆ คลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางเบาเป็นรอยยิ้มแรกนับตั้งแต่เธอถูกจับตัวมาที่นี่
"ขอบพระทัยเพคะ..."
น้ำเสียงแหบพร่าของเธอเอ่ยขึ้นอย่างซาบซึ้ง บรรยากาศรอบตัวของชีคฮาซิมเต็มไปด้วยความอบอุ่นราวกับแสงตะวันยามเช้าที่โอบกอดเธอไว้
ทว่า…
บนระเบียงทางเดินชั้นลอยที่ทอดตัวอยู่เหนือโรงครัว ชีคอาดิลยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ท่อนแขนปูดโปน
ร่างสูงตระหง่านหมุนตัว ก้าวฉับๆ ลงบันไดเวียนมายังโรงครัวเบื้องล่างด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนนางกำนัลและแม่ครัวต่างพากันถอยกรูดหลีกทางกันเป็นแถบ
เพียะ!!
"โอ๊ย!"
อาดิลตวัดหลังมือปัดตลับยาและม้วนผ้าพันแผลในมือของฮาซิมทิ้งกระจุยกระจายเกลื่อนพื้น
"วังของฉันไม่อนุญาตให้ใครมาคอยเอาอกเอาใจนักโทษ! โดยเฉพาะลูกสาวฆาตรกร"
เสียงทุ้มตวาดลั่นดังก้องไปทั่วโรงครัว อาดิลตวัดสายตาดุดันมองน้องชายสลับกับเชลยสาวที่หน้าถอดสี "เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ฮาซิม!"
ฮาซิมผุดลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับพี่ชาย แววตาที่เคยอ่อนโยนแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "ข้ามาตรวจสอบเสบียง! ท่านพี่"
"หึ!" อาดิลแค่นหัวเราะหยันในลำคอ เหยียดยิ้มร้ายกาจพลางกวาดสายตามองน้องชายตั้งแต่หัวจรดเท้า "อย่างเจ้าน่ะเหรอตรวจสอบเสบียง? น่าขัน!"
"ท่านพี่อาดิล! นางกำลังป่วยหนักและบาดเจ็บ ท่านจะลงโทษนางด้วยวิธีป่าเถื่อนแบบนี้ไม่ได้!" ฮาซิมเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ "นางเป็นเชลย ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน!"
"ที่นี่เป็นวังของฉัน! กฎของฉันคือคำสั่งสูงสุด และฉันจะทำอะไรกับใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องมาแส่!"
